วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Omate นาฬิกาสุดฉลาด กันน้ำได้




SmartWatch เทรนด์ใหม่ของอุปกรณ์สวมใส่บนร่างกายที่กำลังมาแรงไม่แพ้สมาร์ทโฟนซึ่งตอนนี้บริษัทชั้นนำหลายค่ายเปิดตัวกันไปบ้างแล้ว และในเร็วๆนี้ก็กำลังจะมีอีกหลายรุ่นทะยอยเปิดตัวกันต่อเนื่อง เช่น Samsung Gear หรือกระทั่ง iWatch (น่าจะเป็นปีหน้า) ซึ่ง SmartWatch แต่ละรุ่นล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป และวันนี้เรามีอีกหนึ่งนาฬิกาไฮเทคสุดฉลาดมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักในชื่อ "Omate"

"Omate" เป็น SmartWatch ที่ตั้งเป้าของการระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Kickstarter ไว้ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยอดปัจจุบันทะลุ 200,000 ดอลลาร์ไปเป็นที่เรียบร้อยความน่าสนใจของ Omate ถูกออกแบบด้วยวัสดุที่เป็นโลหะสามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67 รองรับ microSIM ช่วยเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 3G ได้ Omate ยังถูกออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะการออกกำลังกาย, การเข้าถึง Social Media ด้วยแอพพลิเคชั่นภายใต้ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 Jelly Bean และ User Interface เฉพาะที่เรียกว่า Omate UI 1.0

ฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆ ของ Omate ยังประกอบไปด้วยแอพกล้อง, GPS, ระบบการแจ้งเตือน ตลอดแอพ Android อีกหลายประเภท เรียกได้ว่ามี SmartWatch รุ่นนี้เหมือนมีสมาร์ทโฟนขนาดเล็กอยู่บนข้อมือก็ว่าได้

สำหรับสเปคโดยรวมของ Omate มีดังนี้

- หน้าจอขนาด 1.5 นิ้ว

- ชิปประมวลผลแบบ Dual-Core 1.3GHz

- สนับสนุนการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth 4.0, GPS และ 2G/3G

- แบตเตอรี่ความจุ 600 mAh

- กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

- RAM 4GB

- หน่วยความจำภายใน 512 MB รองรับ microSD Card ได้สูงสุด 32GB

- สามารถใส่ microSIM ได้

- กันน้ำกันฝุ่นได้ด้วยมาตรฐาน IP67

- รันระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 Jelly Bean

เชื่อว่า Omate น่าจะเป็นอีกหนึ่ง SmartWatch ที่มีโอกาสต่อกรกับบรรดานาฬิกาสุดล้ำจากค่ายอื่นๆได้อย่างสูสี และมีสิทธิ์ที่จะเป็นแนวทางให้กับ SmartWatch รุ่นอื่นๆในอนาคตเช่นกัน ส่วนสนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 189 ดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา : http://www.creditonhand.com/Omate%20%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AC%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%20%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89/4846/21.html

3G ดันยอดขายสมาร์ทโฟนพุ่ง



นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด(มหาชน) หรือ SIM เปิดเผยในงานเปิดตัว สมาร์ทโฟน ไอ-โมบาย รุ่น ไอคิวเอ็กซ์ 2 ว่า ในขณะนี้ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย มีรายได้ 2,636 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิ 265 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1,000% สาเหตุหลักมาจากยอดขายสมาร์ทโฟนที่ครึ่งปีแรกขายได้กว่า 765,000เครื่อง หรือรวมฟีเจอร์โฟนด้วยจำนวน 2 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องขยับสูงขึ้นเท่าตัว และทำให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ขณะที่ นายสุภสิทธิ์ รักกสิกร หัวหน้าคณะผู้บริหารการตลาด บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า สาเหตุที่ในปี 2556ตลาดสมาร์ทโฟนทั้งตลาดมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นอานิสงค์มาจากการที่ผู้ประกอบการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3รายใหญ่ในตลาด ได้เร่งทำตลาดการให้บริการ3G เต็มรูปแบบบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ประกอบกับกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปจึงทำให้คนสนใจเปลี่ยนมาใช้งานสมาร์ทโฟนมายิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ไอ-โมบาย เอง ได้ตั้งเป้าสามารถขายโทรศัพท์มือถือทั้งหมดจำนวน 4 ล้านเครื่องในสิ้นปี ซึ่งในจำนวนนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป้า จากเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะสามารถขายสมาร์ทโฟนได้จำนวน 30% จากยอดขายรวม 4 ล้านเครื่องในสิ้นปี เป็น 40% จากจำนวนยอดขาย 4 ล้านเครื่องในสิ้นปี

นายสุภสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของ ไอโมบาย รุ่น ไอคิวเอ็กซ์2 จะถือเป็นกลยุทธ์หลักในการทำยอดสมาร์ทโฟนในปีนี้ โดยตัวเครื่องมีจุดเด่นอยู่ที่ มีหน้าจอแบบความคมชัดคุณภาพสูง หรือ ฟูลเอชดี บนหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2 กล้องหน้าชัด 8 ล้านพิกเซล กล้องหลังชัด 18 ล้านพิกเซล ในราคาเจาะกลุ่มตลาดระดับกลางและระดับล่างที่ 9,490 บาท คาดใน6 เดือน สามารถทำยอดขาย ไอคิวเอ็กซ์ ได้จำนวน 3 เครื่อง นอกจากนี้ภายใน 4 เดือนนี้ ไอ-โมบาย มีแผนเปิดตัวโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอีก 15 รุ่น และ 3 ใน 4 จากจำนวนดังกล่าวจะเป็นสมาร์ทโฟน โดยจะเน้นหนักไปที่ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่มีกำลังซื้อเกิดขึ้นสูงที่สุด

ที่มา : http://www.creditonhand.com/3G%20%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87/4841/21.html

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

โนเกียเริ่มปล่อย Lumia Amber แล้ว, ในไทยอัพเดตมาถึง Lumia 920 แล้ว


Lumia

โนเกียประกาศว่าได้เริ่มปล่อยอัพเดต Lumia Amber ให้กับมือถือรุ่นเก่าแล้ว สำหรับประเทศไทยนั้น บริษัทได้เริ่มปล่อยอัพเดตให้ Lumia 920 แล้ว ส่วนรุ่นอื่นนั้นรอการอนุมัติอยู่ สำหรับเลขเฟิร์มแวร์รุ่นล่าสุดและสถานะการปล่อยอัพเดตล่าสุดนั้นดูได้จากที่นี่

Lumia Amber มากับการเพิ่มเติมและปรับปรุง ดังนี้

การปรับปรุงด้านการถ่ายภาพ การปรับปรุงอัลกอริทึมเพื่อให้สามารถลดการรบกวน (noise) การแสดงสี (color reproduction) การควบคุมค่าความสว่าง (exposure) และการโฟกัสภาพอัตโนมัติใน Lumia ทุกรุ่นได้ดีขึ้น สำหรับ Lumia 920 จะรองรับ ISO 800-3200 ด้วย
Glance Screen (ยกเว้น Lumia 625 และ 520)
ฟีเจอร์พลิกเครื่องเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า (flip-to-silence) และสัมผัส 2 ครั้ง เพื่อปลุกเครื่องให้ใช้งานได้ทันที (double-tap)
การอัพเดตบน HERE Maps ที่ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางรถยนต์และข้อมูลแผนที่อื่นที่มีอัพเดตใหม่เท่านั้นที่จะถูกดาวน์โหลดลงสู่มือถือ
แอพ Storage Check
เมื่อติดตั้ง Lumia Amber แล้ว จะสามารถติดตั้ง Nokia Smart Camera และ Nokia Video Upload บน Lumia ได้ทุกรุ่น โนเกียกล่าวว่าประสิทธิภาพการทำงานของ Nokia Smart Camera จะแตกต่างกันบ้างในมือถือแต่ละรุ่น โดยการถ่ายภาพ burst mode ในชุดเอฟเฟคบางตัวบน Lumia 720, 620 และ 520 จะถ่ายภาพได้เพียง 7 ภาพที่ความละเอียดหนึ่งล้านพิกเซล แทนที่จะเป็น 10 ภาพที่ความละเอียดห้าล้านพิกเซล นอกจากนั้น ผู้ใช้ Lumia 928, 925 และ 920 สามารถติดตั้ง Nokia Pro Camera และ Nokia Video Trimmer ได้แล้วเช่นกัน (Lumia 925 มากับ Lumia Amber แล้ว ดาวน์โหลดแอพนี้ได้เลย) อย่างไรก็ตามโนเกียกล่าวว่า Nokia Pro Camera บนมือถือตระกูล Lumia 92x จะรองรับการรีเฟรมโดยที่ไม่สูญเสียภาพต้นฉบับ แต่จะไม่รองรับการถ่ายภาพสองขนาดพร้อมกัน ไม่รองรับการถ่ายก่อนแล้วซูมออกมาเห็นภาพในมุมกว้างทีหลัง

หากต้องการตรวจสอบว่าเครื่องของตนได้รับอัพเดตแล้วหรือไม่ ให้ไปที่ Settings > Phone Update

ที่มา: Blognoen Nokia Conversations (1, 2)

เด็กไทยสร้างชื่อคว้าอันดับ 3 การแข่งขัน Microsoft Imagine Cup 2013


Pic_357632

ทีมไมร่า- เคลฟเวอร์ มายด์ 2 ทีมเด็กไทย โดยทีมไมร่า คว้ารองอันดับ 2 ประเภท Innovation และทีมเคลฟเวอร์ มายด์ ได้รองอันดับ 2 ประเภท Windows 8 Appจากการแข่งขัน Microsoft Imagine Cup 2013  ให้ไทยอีกเป็นปีที่ 4 สร้างสถิติเป็นชาติที่ได้รางวัลมากที่สุด...

ตัวแทนเยาวชนไทยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอีกครั้ง มื่อ ทีมไมร่า (Myra) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) และ ทีม เคลฟเวอร์ มายด์ (Clever Mind) จาก มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกันคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ในการแข่งขันประเภท Innovation และ Windows 8 App จากเวทีการแข่งขันระดับโลก Microsoft Imagine Cup ครั้งที่ 11 จากนักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 87 ทีม จาก 71 ประเทศทั่วโลก  โดยทีมไมร่าได้รับเงินรางวัล 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 150,000 บาท) ในขณะที่ทีมเคลฟเวอร์ มายด์ได้รับเงินรางวัลจำนวน 3,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 90,000 บาท) ถือเป็นการได้รับรางวัลจากเวทีการแข่งขันนี้เป็นปีที่ 4 และในปีนี้ ไมโครซอฟท์ได้จัดการแข่งขันขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 8 – 11 ก.ค.2556 ที่ผ่านมา

นายฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับการบันทึกและมีจุดยืนที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งบนเวทีการแข่งขัน Microsoft Imagine Cup ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่คว้าแชมป์ชนะเลิศมาแล้วถึง 3 ครั้ง สำหรับผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ของทีมไมร่า ในประเภท Innovation และ ทีมเคลฟเวอร์ มายด์ ในประเภท Windows 8 App ไม่ได้เพียงสร้างชื่อเสียงให้กับทั้งสองทีม แต่เป็นชื่อเสียงของประเทศชาติด้วย เราทุกคนรู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จของเยาวชนไทยกลุ่มนี้และขอบคุณสำหรับทุกๆ ความพยายาม ผมมั่นใจว่านักศึกษาไทยทั้งสองทีมนี้จะมีอนาคตที่สดใสในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศไทยอย่างแน่นอน

สำหรับ ทีมไมร่า มีสมาชิกประกอบด้วย นางสาวศิคณา ธนุภาพรังสรรค์ นางสาวศรัณยา ภุมมา นายกรัชกาย อารี-กิจเสรี และ นายธนานันต์ พัฒนางกูร ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง จากการแข่งขันประเภท Innovation ด้วยผลงานทีมี่ชื่อว่า SkyPACS ซึ่งออกแบบเพื่อเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักรังสีวิทยาในการจัดการและโอนย้ายภาพถ่ายทางการแพทย์ เช่น MRI และ CT Scan และเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกแก่รังสีแพทย์ในการวินิจฉัยอาการผิดปกติของผู้ป่วยจากภาพถ่าย หรือ ระบบจำลองภาพ 3 มิติ ระบบจะเน้นการใช้งานที่ง่ายและมอบประสบการณ์การใช้งานบนเว็บแอพพลิเคชั่นและระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8

นางสาวศิคณา ธนุภาพรังสรรค์ หนึ่งในสมาชิกทีมไมร่า กล่าวว่า เราได้ทำการสำรวจอุปสรรคต่างๆ ที่นักรังสีวิทยามักพบเจอในกระบวนการการทำงานและเราได้ไอเดียในการสร้าง SkyPACS ในขณะที่เราได้ทำการค้นหาซอฟต์แวร์โซลูชั่นในช่วงแรก โปรแกรม SkyPACS จึงเป็นวิธีง่ายๆ สำหรับการตรวจวินิจฉัยที่จะเปลี่ยนอุปกรณ์แท็บเล็ตของคุณให้กลายเป็นเครื่องฉายภาพทางการแพทย์ที่ได้ติดตั้งชุดเครื่องมือที่นักรังสีวิทยาคุ้นเคยไว้ในตัว

ส่วน ทีมเคลฟเวอร์ มายด์ มีสมาชิกประกอบไปด้วย นายกฤตินันท์ สิโรดม นายปิยะวุฒิ จันทศรีสวัสดิ์ นายศิริศักดิ์ นาคะวิวัฒน์ และ นายสิทธิโชติ ฉัตรธนะกุล ส่งแอพฯ สร้างสรรค์ Vocable World เข้าประกวด Vocable World เป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้คำศัพท์แบบมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของเฟรมเวิร์ก LPM (เรียนรู้: learning, ฝึกฝน:  practicing และประเมินผล: measuring) โดยใช้การเล่นเกมเพื่อดึงดูดให้ผู้เล่นสนใจและอยากที่จะเรียนรู้คำศัพท์ ทั้งนี้ Vocable World ได้รับการพัฒนาให้รองรับการใช้งานบน Windows 8 และ Windows Phone 8 ส่วนแอพฯ ฝั่งเซิร์ฟเวอร์นั้นจะทำงานอยู่บน Windows Azure

นายสิทธิโชติ ฉัตรธนะกุล กล่าวถึงจุดประสงค์ของแอพฯ นี้ว่า พวกเราต้องเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องแชร์ความคิด ออกความเห็นหรืออารมณ์ โดยใช้ภาษาต่างประเทศ ซึ่งเราพบว่าเราไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เพราะมีวงศัพท์ที่จำกัด ไม่มั่นใจในโครงสร้างไวยากรณ์ และ กังวลเกี่ยวกับการออกเสียง Vocable World จะมาช่วยผู้เรียนภาษาให้มีความรู้และสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ โดยการใช้กระบวนการการเรียนรู้ที่น่าสนใจมากขึ้น

ปี 2556 นี้ถือเป็นปีที่ 11 ของการแข่งขัน Imagine Cup ซึ่งในปีแรกนั้นมีนักศึกษาเพียง 2,000 คน จาก 25 ประเทศเท่านั้นที่เข้าร่วมรายการ และภายใน 10 ปีที่ผ่านมาหลังจากนี้โครงการ Imagine Cup ก็มีนักศึกษาจำนวนกว่า 1.65 ล้านคน จาก 190 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย ประเทศไทยเองได้คว้าชัยชนะรางวัลใหญ่มาได้ถึง 3 ครั้ง ในปี 2550, 2553 และ 2555 ซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่ได้รับรางวัลใหญ่มากครั้งที่สุดในประวัติศาสตร์ การแข่งขัน Imagine Cup.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/tech/357632

ไอซีทีจัดให้ฟรีไวไฟ 1.5 แสนจุดทั่วไทย ฝันใช้งานปีละ 7.5 ล้านคน

Pic_362489

"ไอซีที" หนุนทีโอที ติดตั้งฟรีไวไฟ 1.5 แสนจุดทั่วประเทศ คาดยอดผู้ใช้งานกว่า 7.5 ล้านคนต่อปี ด้วยความเร็ว 2 Mbps พร้อมเปิดให้บริการไตรมาส 4 นี้...

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เดินหน้าโครงการ ไอซีที ฟรี ไว-ไฟ บาย ทีโอที (ICT Free Wi-Fi by TOT) ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ตามกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระยะ พ.ศ.2554–2563 (ICT 2020) ในการส่งเสริมการเข้าถึงการใช้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะ สนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

โดยโครงการนี้ ทีโอทีได้รับการสนับสนุนงบประมาณมาจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จำนวน 950 ล้านบาท เพื่อขยายจุดติดตั้งให้บริการ 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ โดยติดตั้งแอคเซสพ้อยซ์ (Access point) 1.5 แสนจุด ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4/2556 ติดตั้งจุดให้บริการครบ 1.5 แสนจุด ภายในปี 2557 และผู้ใช้บริการประมาณ 7.5 ล้านคนต่อปี

ทั้งนี้ ตั้งเป้าให้บริการฟรีในมหาวิทยาลัยของรัฐ 78 แห่ง ศาลากลางจังหวัด-ที่ว่าการอำเภอ-ที่ทำการ อบต. 6,720 แห่ง ชุมชน 1,100 แห่ง โรงพยาบาลของรัฐ 864 แห่ง สถานีตำรวจ 1,738 แห่ง ที่ทำการไปรษณีย์ 4,500 แห่ง สถานที่สำคัญต่างๆ 1.5 หมื่นแห่ง

รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า ก่อนหน้าไอซีที ให้บริการ ICT Free Wi-FI อยู่จำนวน 1.2 แสนจุด เป็นความร่วมมือของ 7 องค์กร ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ทีโอที เอไอเอส ทรูมูฟเอช ดีแทค 3BB และ กสทช.

ทางด้าน นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า ขณะนี้ ติดตั้งไปแล้วกว่า 1 หมื่นจุด จากทั้งหมด 3 หมื่นจุด และจะมี Access point ทั้งหมด 1.5 แสนจุด ครอบคลุมประชากรประมาณ 10 ล้านคน มีความเร็วในการใช้งาน 2 เมกะบิท (Mbps) ต่อ Access point สามารถใช้งานพร้อมกันได้ไม่เกิน 15 คน ครั้งละ 20 นาที 2 ชั่วโมงต่อวัน อายุการใช้งาน 6 เดือน โดยใช้เลขบัตรประชาชนในการเปิดใช้งาน ส่วนชาวต่างประเทศ สามารถใช้เลขที่หนังสือเดินทางลงทะเบียนใช้งานได้.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/tech/362489

ทีโอที ย้ำภาพผู้นำบริการ Hi-Speed Internet ล่าสุดเปิดบริการสูงสุด 12 เมกซ์


 
      ทีโอที ย้ำภาพผู้นำบริการ Hi-Speed Internet ล่าสุดเปิดบริการสูงสุด 12 เมกซ์ระดมยิงโฆษณา อัดกิจกรรมโรดโชว์ขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศดึงอ้น ศรีพรรณ และทีน สราวุฒิ ร่วมโปรโมทกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง


   
        บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) โดยนายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดงานแถลงข่าวตอกย้ำความเป็นผู้นำบริการ Hi-Speed Internet ซึ่งมีแพ็คเกจความเร็วรองรับตั้งแต่ 2 Mb, 3Mb, 4 Mb, 8 Mb และ 12 Mb ด้วยระดับราคาที่คุ้มค่า โดยทุกแพ็คเกจลูกค้าใหม่จะได้รับฟรี Dual port modem หรือ รับสิทธิแลกซื้อ Router 4 ports หรือ wireless router ในราคาพิเศษ พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง Floating Market และกิจกรรมโรดโชว์ “ทีน อ้น ทั่วไทย เจอ 2 คนที่ไหนได้ฟรี ทีโอที ไฮ สปีด อินเตอร์เน็ต”

ที่มา : http://hitech.sanook.com/technology/news_13488.php

ไมโครซอฟท์ลดราคา Surface Pro ลง 100 เหรียญสหรัฐ




หลังจากประกาศลดราคาแท็บเล็ตเซอร์เฟซอาร์ที (Surface RT) ไมโครซอฟท์ไม่รอช้ารีบลดราคาแท็บเล็ตเซอร์เฟซโปร (Surface Pro) ลง 100 เหรียญสหรัฐ

หลังจากประกาศลดราคาแท็บเล็ตเซอร์เฟซอาร์ที (Surface RT) ไมโครซอฟท์ไม่รอช้ารีบลดราคาแท็บเล็ตเซอร์เฟซโปร (Surface Pro) ลง 100 เหรียญสหรัฐในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา น่าเสียดายที่การลดราคาของเซอร์เฟซทั้ง 2 รุ่นยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐฯ แคนาดา ฮ่องกง และไต้หวันเท่านั้น ขณะที่เมืองไทยยังลดราคารุ่นเดียว และเซอร์เฟซโปรยังขายที่ราคาเริ่มต้น 28,500 บาทไม่เปลี่ยนแปลง
     
       รายงานจากสำนักข่าวเดอะเวิร์จ (The Verge) ระบุว่า การลดราคาแท็บเล็ตเซอร์เฟซโปรจะเกิดขึ้นเฉพาะ 5 ตลาดในช่วงวันที่ 4-29 สิงหาคม 2556 โดยไมโครซอฟท์ยืนยันว่า 5 ตลาดนี้คือแคนาดา จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา ทั้งหมดนี้ถือเป็นการต่อยอดหลังจากที่ไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จกับการลดราคาเซอร์เฟซอาร์ทีและการทำโปรโมชันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการแถมฟรีปก keyboard-cover หรือปกแท็บเล็ตที่สามารถทำงานเป็นคีย์บอร์ดได้
     
       การลดราคาเซอร์เฟซโปรนี้ถือเป็นการหั่นราคาลงราว 10% ถือเป็นการลดราคาในสัดส่วนน้อยกว่าเซอร์เฟซอาร์ทีที่ไมโครซอฟท์เพิ่งประกาศลดราคาลงมากกว่า 30%
     
       เซอร์เฟซโปรและเซอร์เฟซอาร์ทีนั้นเป็นแท็บเล็ตที่ไมโครซอฟท์แจ้งเกิดสู่ตลาดในช่วงปีที่ผ่านมา โดยรุ่นโปรถูกการันตีว่ามีประสิทธิภาพเครื่องเหนือกว่ารุ่นอาร์ที เนื่องจากรุ่นโปรจะสามารถติดตั้งโปรแกรมระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันเต็มได้เหมือนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ขณะที่รุ่นอาร์ทีจะสามารถใช้งานแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาสำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์อาร์ทีเท่านั้น
     
       การลดราคาเซอร์เฟซนั้นเป็นข่าวดังเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ครั้งนั้นไมโครซอฟท์ลดราคาเซอร์เฟซอาร์ทีลงทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทำให้ปัจจุบันราคาบนเว็บไซต์ไมโครซอฟท์ระบุว่า 32GB Surface RT ลดราคาเหลือ 11,500 บาท จากเดิม 16,500 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับราคาเซอร์เฟซโปร ที่ยังจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 28,500 บาทสำหรับรุ่น 64GB ในขณะนี้
     
       สำหรับผู้ซื้อเซอร์เฟซโปรในสหรัฯ แคนาดา จีน ฮ่องกง และไต้หวัน จะสามารถซื้อรุ่น 64 GB ในราคา 799 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 25,000 บาท) และรุ่น 128 GB ในราคา 899 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 28,000 บาท) ตั้งแต่วันนี้ถึงปลายเดือนสิงหาคม 2013
     
       นักวิเคราะห์ทั่วโลกไม่แปลกใจกับการหั่นราคาเซอร์เฟซของไมโครซอฟท์ เนื่องจากแม้ไมโครซอฟท์จะเปิดเผยว่ามีรายได้จากการขายแท็บเล็ตเซอร์เฟซมากกว่า 853 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.7 หมื่นล้านบาท) แต่ข้อมูลจากงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2013 พบว่าไมโครซอฟท์บันทึกตัวเลขการขาดทุนจากธุรกิจจำหน่ายเซอร์เฟซไว้ที่ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากยังมีเครื่องเก็บในคลังสินค้าอีกมากซึ่งยังไม่ถูกจำหน่ายออกไป
     
       นอกจากนี้ นักสังเกตการณ์เชื่อว่าไมโครซอฟท์จะปรับปรุงความสามารถของเซอร์เฟซโปรด้วยการนำชิปสถาปัตยกรรมใหม่มาใช้งานในเครื่อง โดยคาดว่าอาจจะเป็นชิปจากอินเทลอย่างแฮสเวลล์ (Haswell) รวมถึงชิปสแนปดรากอน Snapdragon 800 ของควอลคอมม์ ซึ่งทั้งหมดจะช่วยยืดเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ให้นานขึ้น จุดนี้มีความเป็นไปได้ที่ไมโครซอฟท์ต้องเร่งระบายสินค้าคงคลังออกไปให้มากที่สุด
     
       ที่สำคัญ มีข่าวลือว่าไมโครซอฟท์กำลังจะเปิดตัวอุปกรณ์เสริมสีใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยให้ไมโครซอฟท์สามารถทำตลาดเซอร์เฟซได้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะการแข่งขันในตลาดแท็บเล็ตโลกที่ทวีความร้อนแรงมากขึ้นทุกขณะ

ที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000096668